บทความที่ได้รับความนิยม

วันอาทิตย์, พฤษภาคม 20, 2555

เมื่อต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ ตอนที่ 2


2.  แนวทางที่อาศัยวิธีการทางสถิติ  เป็นการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยอาศัย  ค่าของตัวเลขหรือค่าทางสถิติต่างๆ  เช่น 
การวิเคราะห์ทั้งฉบับ  เพื่อตรวจสอบความตรง (Validity) ความเที่ยง (Reliability)
การวิเคราะห์เป็นรายข้อ  เพื่อตรวจสอบความยากของข้อสอบ (Item difficulty) และอำนาจจำแนกของข้อสอบ (Item discrimination) วิธีการนี้  เราต้องนำเครื่องมือที่สร้างขึ้นมาแล้วนำไปทดลองใช้  แล้วนำผลที่ได้มาคำนวณค่าต่างๆ  เทียบกับเกณฑ์การยอมรับ  ถ้าหากอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ก็สามารถที่จะนำไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการทำวิจัยต่อไปได้  แต่ถ้ายังไม่อยู่ในเกณฑ์การยอมรับ  ก็จะต้องนำมาปรับปรุงและนำไปทดสอบ  หรือทดลองใช้ใหม่จนกว่าค่าที่ได้จะอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้
ในบางเทคนิคอาจพิจารณาค่าทางสถิติจากความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญก็ได้   เช่น  พิจารณาจากค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบหรือข้อคำถามกับจุดประสงค์ (Index Item-Objective congruence :IOC ) ซึ่งเป็นวิธีที่นักวิจัยนิยมกันอีกวิธีหนึ่งโดยเฉพาะการวิจัยในชั้นเรียน  และงานวิจัยที่เสนอเป็นผลงานทางวิชาการเพื่อขอมีขอเลื่อนวิทยฐานะ

วันจันทร์, เมษายน 09, 2555

เมื่อต้องเป็นผู้เชียวชาญ



การวิจัยเป็นกระบวนการสำคัญในการได้มาซึ่งความรู้  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประดิษฐ์คิดค้น  นวัตกรรมต่างๆ  ที่มีคุณค่า  ช่วยให้สามารถแก้ปัญหา  ปรับปรุง  พัฒนาการปฏิบัติงานต่างๆ  ในสถานศึกษา   ทั้งทางด้านการจัดการเรียนรู้  การบริหารการศึกษา  เป็นต้น  ซึ่งได้มีผู้ทำการวิจัยในลักษณะต่างๆ  จำนวนไม่น้อย 
การจะทำวิจัยสักเรื่องหนึ่ง  ก็มิใช่จะว่าง่าย  ไม่ว่าการวิจัยนั้นจะทำกับกลุ่มประชากรขนาดเล็ก  เช่นการวิจัยในชั้นเรียน  หรือกระทำกับกลุ่มประชากรขาดใหญ่ในระดับจังหวัด  ระดับเขตพื้นที่  ระดับภาค  และระดับประเทศ  เป็นต้น  แต่ไม่เป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่ได้เรียนรู้ระเบียบวิธีวิจัย  สถิติสำหรับการวิจัย  หรือได้ผ่านการทำวิจัยมาบ้างพอสมควรแล้ว 
หากแต่สำหรับเพื่อนครูบ้านนอกของผมหลายท่าน  ถ้าพูดถึง  กล่าวถึง  หรือเพียงแค่คิดถึงงานวิจัย  ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นเรื่องของการเข็นครกขึ้นภูเขาขึ้นมาทันที  แม้แต่ครูผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษในโรงเรียนที่ผมทำงานอยู่ก็เช่นกัน  ท่านก็ยังงงเป็นไก่ตาฟาง  คลำทางไม่ถูก  (เพราะงานวิจัยที่ท่านส่งเป็นผลงานทางวิชาการนั้นท่านอ่านเองแล้วไม่เข้าใจ  แม้จะอธิบายให้เพื่อนร่วมงานฟัง  ฟังอย่างไรก็ไม่เข้าใจ...... อ้าว.....แล้วใครล่ะที่จะอ่านเข้าใจ...)

วันพฤหัสบดี, มีนาคม 15, 2555

ครูกับการใช้เทคโนโลยี


 

ปัจจุบันสื่อการเรียนการสอนประเภทเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษาได้เข้ามามีบทบาท  ในกระบวนการจัดการเรียนรู้เป็นอย่างมาก  ผู้มีอาชีพครูคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสื่อประเภทนี้มีผลต่อคุณภาพในการจัดการเรียนรู้ของตนเองอีกด้วย  การที่จะใช้การเรียนการสอนแบบโบราณ  คือ  กระดาน  ชอล์ค  และก็ทอล์ค (พูด)  นับว่าจะทำให้ผู้เรียยนเบื่อหน่ายมากขึ้น  เบื่อทั้งวิธีการจัดการเรียนรู้ของครู  และก็เบื่อหน้าครูไปพร้อมๆ  กันด้วย  
     เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ตามบ้านทั่วไป  มีราคาถูกลงมากเมื่อเทียบกับสมัย  10  ปีที่ผ่านมา  แทบจะเรียกได้เลยว่า  คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้านเฉกเช่นเดียวกับ  โทรทัศน์  พัดลม  ตู้เย็น  หากครูยังไม่พัฒนาตนเองใก้ก้าวทันเทคโนโลยี   ก็อย่าได้คาดหวังเลยว่าการศึกษาของชาติจะก้าวทันเพื่อนบ้าน
     ทักษะการใช้เทคโนโลยีสำหรับครู  ควรประกอบไปด้วย  ทักษะด้านต่างๆ  ดังต่อไปนี้

วันจันทร์, มกราคม 09, 2555

คนเลี้ยงเสือ

         สวนสัตว์แห่งหนึ่งได้เสือโคร่งใหม่มาหนึ่งตัว  ทางผู้บริหารระดับสูงของสวนสัตว์ตั้งงบประมาณอาหารเสือตัวนั้นเป็นเงิน    บาทต่อวันตามค่าเงินในสมัยนั้น  เมื่อคนเลี้ยงเสือได้เบิกเงิน    บาทไปซื้อเนื้อมาเลี้ยงเสือ แต่ละวันเขาได้ยักยอกเงินค่าอาหารเสือไปหนึ่งสลึง  เสือได้กินเนื้อราคา ๗๕  สตางค์ต่อวัน  เสือไม่อ้วน  ผู้คนมาชมสวนสัตว์เห็นเสือไม่อ้วนจึงร้องเรียนไปที่ผู้อำนวยการสวนสัตว์ว่าตั้งงบประมาณค่าอาหารเสือน้อยไป  ผู้อำนวยการจึงส่งผู้ตรวจการไปตรวจ ผู้ตรวจการคนนั้นไปตรวจแล้วรู้ความจริงว่ามีการยักยอกเงินไป ๑ สลึง เขาจึงขอเงินค่าปิดปากอีก ๑ สลึง สถานการณ์ยิ่งเลวร้าย เพราะ ๒ คนยักยอกไป ๒ สลึง เหลือค่าอาหารวันละ ๒ สลึงเท่านั้น เสือจึงผอมลงไปอีก 

วันพุธ, กันยายน 14, 2554

อ่านไม่ออก 1

     อ่านออกเขียนได้คิดเลขเป็น นับเป็นวลียอดฮิตที่ผู้อยู่ในวงการศึกษามักได้ยินได้ฟังและได้พูดกันอยู่บ่อยๆ ซึ่งที่จริงแล้ววลีดังกล่าวแทบจะเรียกได้ว่า เป็นเป้าหมายของการจัดการศึกษามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จนกระทั่งถึงกาลปัจจุบัน ก็ยังทันสมัยนิยมใช้กันอยู่ และพูดกันไม่รู้เบื่อเหมือนเดิม แถมยังพูดบ่อยกว่าเดิมด้วยซ้ำ ตั้งแต่ครูน้อยไปจนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  เลยทีเดียว

ในทั่วทุกหัวระแหงของห้องโรงเรียน เราสามารถแบ่งกลุ่มผู้เรียนตามแนวคิดขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เป็น 4 กลุ่ม หรือ 4 เหล่า คือ
      กลุ่ม/เหล่าที่ 1 อุคคฏิตัญญู พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที
      กลุ่ม/เหล่าที่ 2 วิปจิตัญญู พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป
      กลุ่ม/เหล่าที่ 3 เนยยะ พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอบด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง
      กลุ่ม/เหล่าที่ 4 ปทปรมะ พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (http://th.wikipedia.org : 13 กันยายน 2554)

วันศุกร์, กรกฎาคม 29, 2554

กิจกรรมวันภาษาไทยของโรงเรียนบ้านบักจรัง

    
        ภาษาไทยถือเป็นภาษาแห่งชาติ และเป็นเอกลักษณ์ของชาติที่เราคนไทยควรภาคภูมิใจ เพราะบางประเทศไม่มีแม้กระทั่งภาษาที่เป็นของตัวเอง  ในขณะเดียวกันบางภาษาไม่มีแม้กระทั่งประเทศเขตแดนเป็นของตนเอง (ไม่ได้ว่าใครนะครับเปรียบเทียบให้เห็นภาพเท่านั้น) ดังนั้นเราควรอนุรักษ์ภาษาไทยให้คงอยู่ และสืบทอดต่อไปให้ลูกหลานได้ศึกษา หากเราคนไทยไม่ช่วยกันรักษาไว้ สักวันหนึ่งอาจจะไม่มีภาษาไทยให้ลูกหลานใช้ก็เป็นได้

วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 07, 2554

การจัดบรรยากาศในชั้นเรียน ตอนที่ 10

        จากที่เขียนมาทั้ง  10  ตอน  จะเห็นได้ว่า ครูเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน ครูจึงควรต้องมีบุคลิกภาพที่เหมาะสม และมีความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้   ซึ่งสรุปได้ดังนี้


     1. ด้านบุคลิกภาพ
          1.1 มีกิริยาวาจาเหมาะสม
          1.2 อารมณ์ดี มีเมตตา
          1.3 ใช้ภาษาแจ่มชัด
          1.4 ขจัดความลำเอียง
          1.5 หลีกเลี่ยงการตำหนิ
          1.6 หมั่นคิดริเริ่มสร้างสรรค์
          1.7 อารมณ์ขันแทรกสร้าง
          1.8 สร้างสัมพันธ์ฉันท์มิตร
          1.9 ติดตามทันโลกเสมอ
          1.10 ค้นให้เจอความสามารถเด็ก