บรรยากาศในชั้นเรียนมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความสนใจใคร่รู้ใคร่เรียนให้แก่ผู้เรียน ชั้นเรียนที่มีบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความเห็นอกเห็นใจ และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกันและกัน ย่อมเป็นแรงจูงใจภายนอกที่กระตุ้นให้ผู้เรียนรักการเรียน รักการอยู่ร่วมกันในชั้นเรียน และช่วยปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความประพฤติอันดีงามให้แก่นักเรียน นอกจากนี้การมีห้องเรียนที่มีบรรยากาศแจ่มใส สะอาด สว่าง กว้างขวางพอเหมาะ มีโต๊ะเก้าอี้ที่เป็นระเบียบเรียบร้อย มีมุมวิชาการส่งเสริมความรู้ มีการตกแต่งห้องให้สดใส ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ส่งผลทำให้ผู้เรียนพอใจมาโรงเรียน เข้าห้องเรียนและพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน ดังนั้น ผู้เป็นครูจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความหมาย ความสำคัญ ประเภทของบรรยากาศ หลักการจัดบรรยากาศในชั้นเรียนและการจัดการเรียนรู้อย่างมีความสุข เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีลักษณะตามที่หลักสูตรได้กำหนดไว้
"ปัญญา ทำให้มนุษย์คิดค้นประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อใช้ทุ่นแรงในการทำงาน ปัญญาทำให้มนุษย์รู้ว่าอะไรควรไม่ควร อะไรดีหรือไม่ดีอย่างไร ปัญญาทำให้มนุษย์แสวงหาคำตอบของข้อสงสัยที่เกิดขึ้น ในชีวิตและของสิ่งที่พบเห็นในธรรมชาติ"
บทความที่ได้รับความนิยม
-
ผมเกิดในยุคสงครามเวียดนามกำลังดุเดือด เมื่อเริ่มอ่านคล่องเขียนคล่อง และอ่านได้อย่างมีวิจารณญาณแล้ว จึงชื่นชอบที่จะศึกษาเรื่อ...
-
เทคนิคการปกครองชั้นเรียนของครู เทคนิคหรือวิธีการที่ครูใช้ปกครองชั้นเรียนมีส่วนส่งเสริมในการสร้างบรรยากาศทางจิต วิทยา กล่าวคือ ถ้า...
วันอังคาร, พฤษภาคม 03, 2554
การจัดบรรยากาศในชั้นเรียน ตอนที่ 1
ใกล้จะเปิดภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษา 2554 แล้ว ayboon จึงขอนำเอาสาระน่ารู้เกี่ยวกับวิชาชีพการจัดการเรียนรู้ของครูอย่างเราๆ ท่านๆ มาเสนอ เป็นเกล็ดเล็กเก็ดน้อยสำหรับการปฏิบัติงาน และเพื่อไม่ให้เนื้อหามีมากเกินไป จึงได้แบ่งออกเป็นทั้งหมด 10 ตอน ย่อย
วันพฤหัสบดี, มีนาคม 03, 2554
เชิญร่วมทำบุญหาทุนปรับปรุงอาคารเรียน
เรียน ญาติสนิทมิตรสหาย ครูแก่ ศิษย์เก่า โรงเรียนบ้านบักจรังทุกคน
ด้วยโรงเรียนบ้านบักจรังโดยคณะกรรมการสถานศึกษา มีมติร่วมกันที่จะจัดทำผ้าป่าระดมทรัพยากรระหว่างวันที่ ๑๒ -๑๔ เมษายน ๒๕๕๔ เพื่อการปรับปรุงพัฒนาสถานศึกษาอันเป็นที่เคยอยู่เคยเรียนของตนเอง และลูกหลานทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อพัฒนาสถานศึกษาที่ชื่อโรงเรียนบ้านบักจรัง โดยจะนำปัจจัยที่พึงจะได้มาทั้งหมดปรับปรุงอาคารเรียนให้มีสภาพที่น่าอยู่ น่าเรียน และให้พ้นจากสภาพปัญหาที่โรงเรียนประสพอยู่ทุกปี คือ น้ำท่วมขัง และห้องเรียนไม่เพียงพอ ซึ่งคาดว่าน่าจะแก้ปัญหาไปได้ระดับหนึ่ง (สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็อย่างที่เห็นภาพนี่แหละครับ) จึงบอกบุญมายังผู้มีจิตอันเป็นกุศลทุกท่าน ศิษย์เก่า ครูเก่า เถ้าแก่ อาซ้อ อาเฮีย อาก๋ง อากู๋ ทั้งหลาย ตลอดทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกพรรค ทุกจังหวัด สว. เลือกตั้ง สว.แต่งตั้ง ก็ดี ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพทำบุญเพื่อพัฒนาอาคารเรียนของโรงเรียนนี้ทั่วทุกท่าน ทุกคน
วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 13, 2554
ความเสื่อมสลายของพระพุทธศาสนาในเวียดนาม
ผมเกิดในยุคสงครามเวียดนามกำลังดุเดือด เมื่อเริ่มอ่านคล่องเขียนคล่อง และอ่านได้อย่างมีวิจารณญาณแล้ว จึงชื่นชอบที่จะศึกษาเรื่องของสงครามเวียดนาม เป็นชีวิตจิตใจ จากสื่อหลากหลายชนิดที่พอหาได้ในขณะนั้น เช่น จากหนังสือ ประวัติศาสตร์ สารคดี นวนิยาย ที่เคยอ่านยกตัวอย่างเช่น กองร้อยปิศาจดำ จงอางศึก ไซง่อน (เขียนโดยแอนโทนี เกร์ : จิรา สันติฤดี แปล) แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู ฯลฯ ถ้าเป็นภาพยนตร์จะดูภาพยนตร์ฝรั่งครับ (เพราะสมจริงกว่าภาพยนตร์ไทยเยอะเลย เช่น แรมโบ้ ทั้ง ๓ ภาค, We Were Soldier (ชื่อไทย : เรียกข้าว่าวีรบุรุษ) Platoon ( ชื่อไทย ก็ พลาทูน) ฯลฯ แต่ถึงอย่างไรผมก็ไม่ใช่คนกระหายสงครามเหมือนผู้นำประเทศสารขัณฑ์ ในขณะนี้
ในช่วงที่จะเกิดสงครามเวียดนามนั้น ประเทศเวียดนามใต้ โดยประธานาธิบดี โง ดินห์ เดียม ผู้เผด็จการ ได้ก่อกรรมทำเข็ญกับผู้นับถือพระพุทธศาสนาอย่างมหันต์ ดังบทความที่จะนำมาเผยแพร่ให้ได้รับทราบ ต่อไปนี้
เวียดนาม หากย้อนหลังไปเมื่อประมาณ 44 ปี หรือ พ.ศ. 2507 มีผู้นับถือศาสนาพุทธอยู่ถึง 99 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต่างกับประเทศไทยในเวลานั้น รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆเช่น ลาว กัมพูชา และพม่า แต่พุทธศาสนาในเวียดนามต้องพบกับการบีบคั้นเป็นอย่างมาก จากรัฐบาลที่เป็นกลุ่มตัวแทนของคาทอลิค และมีใบสั่งจากอเมริกา
หลังจาก โง ดินห์ เดียม ได้เป็นประธานาธิบดี ก็ได้ออกกฏหมาย และระเบียบต่างๆที่หักหาญจิตใจชาวพุทธ จนเกิดการต่อต้านจากพระสงฆ์ กลุ่มแม่ชี และชาวพุทธในเวียดนาม แต่เป็นการต่อต้านแบบอหิงสา เช่นการเดินขบวน แจกจ่ายแถลงการณ์ และอดอาหารประท้วง
วันพุธ, มกราคม 26, 2554
งานวิจัย การพัฒนาและหาประสิทธิภาพแผนการจัดประสบการณ์โดยใช้หนังสือภาพประกอบการเล่าเรื่องในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ชั้นอนุบาลปีที่ ๒
ชื่อเรื่อง การพัฒนาและหาประสิทธิภาพแผนการจัดประสบการณ์โดยใช้หนังสือภาพประกอบการเล่าเรื่อง ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2
ผู้ศึกษา นางพลอย สุภิษะ ตำแหน่งวิทยฐานะ ครูชำนาญการ
สถานที่ทำงาน โรงเรียนบ้านบักจรัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3
ปีที่ศึกษา ภาคเรียนที่ 1 / 2553
บทคัดย่อ
การจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งถือเป็นการจัดการศึกษาที่ให้แก่วัยเริ่มต้นของชีวิตมนุษย์ เพราะนักเรียนจะมีพัฒนาการทุกด้านอย่างรวดเร็วมาก1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพแผนการจัดประสบการณ์โดยใช้หนังสือภาพประกอบการเล่าเรื่อง เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการฟังและการพูด ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านการฟังและการพูด ก่อนเรียนและหลังการจัดประสบการณ์ด้วยแผนการจัดประสบการณ์โดยใช้หนังสือภาพประกอบการเล่าเรื่อง เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการฟังและการพูด ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2
วันเสาร์, ตุลาคม 02, 2553
การปฏิรูปการศึกษาที่ล้มเหลว
การแยกตัวของเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งที่เป็นตัวชี้บ่งว่าการปฏิรูปการศึกษา 10 ปีที่ผ่านมาไม่มีอะไรดีขึ้น ระบบโครงสร้างการบริหารจัดการมีปัญหา 10 ปีแห่งความหลัง 10 ปีที่ไม่ก้าวหน้า การปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาจึงถือว่าล้มเหลว ซึ่งปัญหาสำคัญเป็นเพราะความไม่ต่อเนื่อง เปลี่ยนรัฐมนตรีแทบทุกปี บางคนอยู่แค่ 3 เดือน ซึ่งคงต้องโทษความเข้าใจเรื่องการศึกษาที่ยังมีไม่เพียงพอ มีสิ่งที่เป็นดัชนีชี้บ่งว่า การปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาไม่สำเร็จ คือ **
วันอาทิตย์, กรกฎาคม 25, 2553
กาฝากโรงเรียน

มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวนไม่น้อยที่อยู่มานานในตำแหน่งเดิมไม่อยากเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นไป เพื่อนฝูงไปสอบเปลี่ยนสายงานเป็นผู้รองผู้บริหาร เป็นผู้บริหาร หรือทำผลงานทางวิชาการให้มี เลื่อนวิทยฐานะก็ไม่ทำกับเขา ขอให้ทำงานเดิมเงินเดือนเพิ่มทุกปีก็ดีแล้ว ไม่คิดจะก้าวหน้าอะไรไปให้ไกลไปกว่านี้ เพราะชีวิตก็สุขสบายดีแล้ว ในขณะที่ผู้บริหารสถานศึกษาก็คิดว่า ผู้ที่อยู่มานานเป็นผู้ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรามานาน ควรจะเลี้ยงไว้นานๆ ไม่อยากให้ย้ายออกไปไหน เพราะถูกกันดี (ถ้าไม่ถูกกันอยากให้ย้ายออกวันละสิบเที่ยวเป็นอย่างน้อย) และถ้ายังทำงานได้ก็ให้ทำงานต่อไป ผู้บริหารสถานศึกษามักจะคิดว่าคนเก่าคนแก่เหมือนญาติพี่น้อง ถึงดีไม่ดียังไงก็เป็นญาติตัดไม่ขาด อะไรที่อภัยได้ก็ให้อภัยนึกถึงบุญคุณในอดีต ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็อยู่กันไป (ผู้บริหารก็เก่าแก่อยู่กันมานานพอๆ กัน)
วันเสาร์, กรกฎาคม 24, 2553
โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม

โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม
(Antisocial Personality Disorder)
อาจจะไม่บ่อยนักที่เราจะได้ร่วมงานกับเพื่อนร่วมงาน ที่มีลักษณะพิเศษ ซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดา คำว่าไม่ธรรมดาของผมในที่นี้ หมายถึงบุคคลที่มีความผิดปกติด้านบุคลิกภาพอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นนะครับ ไม่ได้หมายถึงผู้ที่มีความเก่งกล้าสามารถในการปฏิบัติงานเหนือเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ แต่อย่างใด เพียงแต่ผมคิดว่าเขาน่าจะเป็นบุคคลซึ่งเป็นโรคชนิดหนึ่งที่ทางการแพทย์เรียกว่า โรคบุคลิกภาพผิดปกติ (Personality Disorders) ซึ่งเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับบุคลิกภาพ ซึ่งจะแสดงออกเป็นพฤติกรรม ไม่เหมาะสมใน การคิด การตอบสนองทางอารมณ์ การแก้ไขปัญหา และการดำเนินชีวิตเนื่องจากเขามีพฤติกรรมที่สอดคล้องกับอาการของโรคดังกล่าวค่อนข้างชัดเจน ดังนี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
