บทความที่ได้รับความนิยม

วันอังคาร, พฤษภาคม 03, 2554

การจัดบรรยากาศในชั้นเรียน ตอนที่ 1

         ใกล้จะเปิดภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษา 2554 แล้ว ayboon จึงขอนำเอาสาระน่ารู้เกี่ยวกับวิชาชีพการจัดการเรียนรู้ของครูอย่างเราๆ ท่านๆ มาเสนอ เป็นเกล็ดเล็กเก็ดน้อยสำหรับการปฏิบัติงาน และเพื่อไม่ให้เนื้อหามีมากเกินไป จึงได้แบ่งออกเป็นทั้งหมด 10 ตอน ย่อย

         บรรยากาศในชั้นเรียนมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความสนใจใคร่รู้ใคร่เรียนให้แก่ผู้เรียน ชั้นเรียนที่มีบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความเห็นอกเห็นใจ และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกันและกัน ย่อมเป็นแรงจูงใจภายนอกที่กระตุ้นให้ผู้เรียนรักการเรียน รักการอยู่ร่วมกันในชั้นเรียน และช่วยปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความประพฤติอันดีงามให้แก่นักเรียน นอกจากนี้การมีห้องเรียนที่มีบรรยากาศแจ่มใส สะอาด สว่าง กว้างขวางพอเหมาะ มีโต๊ะเก้าอี้ที่เป็นระเบียบเรียบร้อย มีมุมวิชาการส่งเสริมความรู้ มีการตกแต่งห้องให้สดใส ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ส่งผลทำให้ผู้เรียนพอใจมาโรงเรียน เข้าห้องเรียนและพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน ดังนั้น ผู้เป็นครูจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความหมาย ความสำคัญ ประเภทของบรรยากาศ หลักการจัดบรรยากาศในชั้นเรียนและการจัดการเรียนรู้อย่างมีความสุข เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีลักษณะตามที่หลักสูตรได้กำหนดไว้

วันพฤหัสบดี, มีนาคม 03, 2554

เชิญร่วมทำบุญหาทุนปรับปรุงอาคารเรียน

เรียน  ญาติสนิทมิตรสหาย ครูแก่  ศิษย์เก่า  โรงเรียนบ้านบักจรังทุกคน
          ด้วยโรงเรียนบ้านบักจรังโดยคณะกรรมการสถานศึกษา  มีมติร่วมกันที่จะจัดทำผ้าป่าระดมทรัพยากรระหว่างวันที่  ๑๒ -๑๔  เมษายน  ๒๕๕๔  เพื่อการปรับปรุงพัฒนาสถานศึกษาอันเป็นที่เคยอยู่เคยเรียนของตนเอง  และลูกหลานทั้งในปัจจุบันและอนาคต  เพื่อพัฒนาสถานศึกษาที่ชื่อโรงเรียนบ้านบักจรัง  โดยจะนำปัจจัยที่พึงจะได้มาทั้งหมดปรับปรุงอาคารเรียนให้มีสภาพที่น่าอยู่  น่าเรียน  และให้พ้นจากสภาพปัญหาที่โรงเรียนประสพอยู่ทุกปี  คือ  น้ำท่วมขัง  และห้องเรียนไม่เพียงพอ  ซึ่งคาดว่าน่าจะแก้ปัญหาไปได้ระดับหนึ่ง  (สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็อย่างที่เห็นภาพนี่แหละครับ)  จึงบอกบุญมายังผู้มีจิตอันเป็นกุศลทุกท่าน  ศิษย์เก่า  ครูเก่า  เถ้าแก่  อาซ้อ  อาเฮีย  อาก๋ง  อากู๋  ทั้งหลาย  ตลอดทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ทุกพรรค  ทุกจังหวัด  สว. เลือกตั้ง  สว.แต่งตั้ง  ก็ดี  ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพทำบุญเพื่อพัฒนาอาคารเรียนของโรงเรียนนี้ทั่วทุกท่าน  ทุกคน

วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 13, 2554

ความเสื่อมสลายของพระพุทธศาสนาในเวียดนาม

         ผมเกิดในยุคสงครามเวียดนามกำลังดุเดือด  เมื่อเริ่มอ่านคล่องเขียนคล่อง  และอ่านได้อย่างมีวิจารณญาณแล้ว  จึงชื่นชอบที่จะศึกษาเรื่องของสงครามเวียดนาม  เป็นชีวิตจิตใจ  จากสื่อหลากหลายชนิดที่พอหาได้ในขณะนั้น  เช่น  จากหนังสือ  ประวัติศาสตร์  สารคดี  นวนิยาย  ที่เคยอ่านยกตัวอย่างเช่น  กองร้อยปิศาจดำ  จงอางศึก  ไซง่อน (เขียนโดยแอนโทนี  เกร์  :  จิรา  สันติฤดี  แปล)  แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู  ฯลฯ  ถ้าเป็นภาพยนตร์จะดูภาพยนตร์ฝรั่งครับ (เพราะสมจริงกว่าภาพยนตร์ไทยเยอะเลย  เช่น  แรมโบ้  ทั้ง  ๓  ภาค, We Were Soldier (ชื่อไทย : เรียกข้าว่าวีรบุรุษ)  Platoon ( ชื่อไทย ก็  พลาทูน)  ฯลฯ    แต่ถึงอย่างไรผมก็ไม่ใช่คนกระหายสงครามเหมือนผู้นำประเทศสารขัณฑ์  ในขณะนี้
          ในช่วงที่จะเกิดสงครามเวียดนามนั้น  ประเทศเวียดนามใต้  โดยประธานาธิบดี  โง  ดินห์  เดียม  ผู้เผด็จการ  ได้ก่อกรรมทำเข็ญกับผู้นับถือพระพุทธศาสนาอย่างมหันต์  ดังบทความที่จะนำมาเผยแพร่ให้ได้รับทราบ  ต่อไปนี้

          เวียดนาม หากย้อนหลังไปเมื่อประมาณ 44 ปี หรือ พ.ศ. 2507 มีผู้นับถือศาสนาพุทธอยู่ถึง 99 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต่างกับประเทศไทยในเวลานั้น รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆเช่น ลาว กัมพูชา และพม่า แต่พุทธศาสนาในเวียดนามต้องพบกับการบีบคั้นเป็นอย่างมาก จากรัฐบาลที่เป็นกลุ่มตัวแทนของคาทอลิค และมีใบสั่งจากอเมริกา
          เหตุการณ์เลวร้ายในเวียดนามเกิดขึ้นในสมัยของ ประธานาธิบดี โง ดินห์ เดียม ผู้โค่นล้มระบอบกษัตริย์บ่าวได๋ และ ตั้งตนเองขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนแรกของเวียดนาม โดยการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา ร่วมกับกรุงวาติกัน(ศูนย์กลางคริสต์จักรคาทอลิค) จนกลายเป็นรัฐบาลคริสเตียนโรมันคาทอลิค โดยโง ดินห์ เดียม ได้แต่งตั้งญาติพี่น้องและคนใกล้ชิดที่เป็นคาทอลิคด้วยกันเข้าร่วมรัฐบาล พร้อมกับให้ความสำคัญและให้สิทธิพิเศษแก่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ รวมถึงประชาชนที่นับถือศาสนาคริสต์ ส่วนผู้นับถือศาสนาพุทธกลายเป็นบุคคลชั้นสอง
          หลังจาก โง ดินห์ เดียม ได้เป็นประธานาธิบดี ก็ได้ออกกฏหมาย และระเบียบต่างๆที่หักหาญจิตใจชาวพุทธ จนเกิดการต่อต้านจากพระสงฆ์ กลุ่มแม่ชี และชาวพุทธในเวียดนาม แต่เป็นการต่อต้านแบบอหิงสา เช่นการเดินขบวน แจกจ่ายแถลงการณ์ และอดอาหารประท้วง

วันพุธ, มกราคม 26, 2554

งานวิจัย การพัฒนาและหาประสิทธิภาพแผนการจัดประสบการณ์โดยใช้หนังสือภาพประกอบการเล่าเรื่องในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ชั้นอนุบาลปีที่ ๒


ชื่อเรื่อง   การพัฒนาและหาประสิทธิภาพแผนการจัดประสบการณ์โดยใช้หนังสือภาพประกอบการเล่าเรื่อง  ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์  ชั้นอนุบาลปีที่ 2 
ผู้ศึกษา       นางพลอย  สุภิษะ  ตำแหน่งวิทยฐานะ  ครูชำนาญการ
สถานที่ทำงาน      โรงเรียนบ้านบักจรัง  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์  เขต  3
ปีที่ศึกษา             ภาคเรียนที่  1 / 2553

บทคัดย่อ

                   การจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2  เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งถือเป็นการจัดการศึกษาที่ให้แก่วัยเริ่มต้นของชีวิตมนุษย์  เพราะนักเรียนจะมีพัฒนาการทุกด้านอย่างรวดเร็วมาก1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพแผนการจัดประสบการณ์โดยใช้หนังสือภาพประกอบการเล่าเรื่อง  เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการฟังและการพูด  ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์  ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/80 (2)  เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านการฟังและการพูด    ก่อนเรียนและหลังการจัดประสบการณ์ด้วยแผนการจัดประสบการณ์โดยใช้หนังสือภาพประกอบการเล่าเรื่อง  เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการฟังและการพูด ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์  ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2   

วันเสาร์, ตุลาคม 02, 2553

การปฏิรูปการศึกษาที่ล้มเหลว




กระแสปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมา 10 ปี เป็นเพียงสายลมและแสงแดดที่ผ่านไปครบวัน และถึงเวลาพระอาทิตย์ตกสู่ความมืดมิดแห่งราตรีกาลอีกครั้ง และอีกนานเหลือเกินการปฏิรูปการศึกษาจะกลับมาอีกเพราะทุกคนจะคิดว่าได้ ปฏิรูปการศึกษาไปแล้ว ทั้งที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย   การจุดประกายการปฏิรูปการศึกษารอบที่  2  (ทศวรรษที่  2) ระหว่าง  พ.ศ. 2552-2561) เป็นเพียงการเป่าขี้เถ้าออกจากดุ้นฟืนเท่านั้น  เพราะเป็นเพียงการกระตุ้นให้ไฟที่กำลังจะมอดดับเป็นเถ้าได้ลุกสว่างมาอีกครั้งแต่คงน้อยมาก  สุดท้ายก็จะเป็นเพียงสายลมแสงแดดดังเดิม 
การแยกตัวของเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งที่เป็นตัวชี้บ่งว่าการปฏิรูปการศึกษา 10  ปีที่ผ่านมาไม่มีอะไรดีขึ้น  ระบบโครงสร้างการบริหารจัดการมีปัญหา 10 ปีแห่งความหลัง 10 ปีที่ไม่ก้าวหน้า การปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาจึงถือว่าล้มเหลว ซึ่งปัญหาสำคัญเป็นเพราะความไม่ต่อเนื่อง เปลี่ยนรัฐมนตรีแทบทุกปี บางคนอยู่แค่ 3 เดือน ซึ่งคงต้องโทษความเข้าใจเรื่องการศึกษาที่ยังมีไม่เพียงพอ  มีสิ่งที่เป็นดัชนีชี้บ่งว่า  การปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาไม่สำเร็จ  คือ **

วันอาทิตย์, กรกฎาคม 25, 2553

กาฝากโรงเรียน



มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวนไม่น้อยที่อยู่มานานในตำแหน่งเดิมไม่อยากเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นไป เพื่อนฝูงไปสอบเปลี่ยนสายงานเป็นผู้รองผู้บริหาร เป็นผู้บริหาร หรือทำผลงานทางวิชาการให้มี เลื่อนวิทยฐานะก็ไม่ทำกับเขา ขอให้ทำงานเดิมเงินเดือนเพิ่มทุกปีก็ดีแล้ว ไม่คิดจะก้าวหน้าอะไรไปให้ไกลไปกว่านี้ เพราะชีวิตก็สุขสบายดีแล้ว ในขณะที่ผู้บริหารสถานศึกษาก็คิดว่า ผู้ที่อยู่มานานเป็นผู้ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรามานาน ควรจะเลี้ยงไว้นานๆ ไม่อยากให้ย้ายออกไปไหน เพราะถูกกันดี (ถ้าไม่ถูกกันอยากให้ย้ายออกวันละสิบเที่ยวเป็นอย่างน้อย) และถ้ายังทำงานได้ก็ให้ทำงานต่อไป ผู้บริหารสถานศึกษามักจะคิดว่าคนเก่าคนแก่เหมือนญาติพี่น้อง ถึงดีไม่ดียังไงก็เป็นญาติตัดไม่ขาด อะไรที่อภัยได้ก็ให้อภัยนึกถึงบุญคุณในอดีต ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็อยู่กันไป (ผู้บริหารก็เก่าแก่อยู่กันมานานพอๆ กัน)

วันเสาร์, กรกฎาคม 24, 2553

โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม


โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม
(Antisocial Personality Disorder)

อาจจะไม่บ่อยนักที่เราจะได้ร่วมงานกับเพื่อนร่วมงาน ที่มีลักษณะพิเศษ ซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดา คำว่าไม่ธรรมดาของผมในที่นี้ หมายถึงบุคคลที่มีความผิดปกติด้านบุคลิกภาพอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นนะครับ ไม่ได้หมายถึงผู้ที่มีความเก่งกล้าสามารถในการปฏิบัติงานเหนือเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ แต่อย่างใด เพียงแต่ผมคิดว่าเขาน่าจะเป็นบุคคลซึ่งเป็นโรคชนิดหนึ่งที่ทางการแพทย์เรียกว่า โรคบุคลิกภาพผิดปกติ (Personality Disorders) ซึ่งเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับบุคลิกภาพ ซึ่งจะแสดงออกเป็นพฤติกรรม ไม่เหมาะสมใน การคิด การตอบสนองทางอารมณ์ การแก้ไขปัญหา และการดำเนินชีวิตเนื่องจากเขามีพฤติกรรมที่สอดคล้องกับอาการของโรคดังกล่าวค่อนข้างชัดเจน ดังนี้